ความเป็นมาและพัฒนาการของสื่อการเรียนการสอน (Instructional Media Roots
สื่อการสอน ,สื่อการเรียนการสอน, ผลงานอาจารย์
Home กลับหน้าหลัก สมัครสมาชิก ตั้งคำถามใหม่ แก้ไขข้อมูลสมาชิก ดูสมาชิกทั้งหมด ลืมรหัสผ่าน

ความเป็นมาและพัฒนาการของสื่อการเรียนการสอน (Instructional Media Roots

   admin
 Posted : 2009-08-08 22:57:33
ลบความคิดเห็น

  ศิษย์น้อยฝึกวิชา
 

 Sex :
 Post : 244
 สมาชิกลำดับที่ : 1
สื่อการสอน (Instructional media) และการออกแบบการสอน (Instructional design) ได้มีการพัฒนามาด้วยกันแต่ก็แยกตัวเป็นอิสระแต่ก็มีส่วนมาบรรจบกัน แม้ว่าการใช้ของจริง (Real object) ภาพวาด (Drawing) และสื่ออื่นๆนับเป็นส่วนหนึ่งของการสอน อย่างน้อยที่สุดเป็นการนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าทางด้านประวัติศาสตร์ของการใช้สื่อการสอน เช่นเดียวกับการออกแบบการสอน เป็นสิ่งที่ปรากฏชัดเจนในศตวรรษที่ 20


ในอเมริกาเหนือพบว่าพิพิธภัณฑ์เป็นสิ่งที่มีความสำคัญซึ่งมีอิทธิพลของสื่อการสอน พิพิธภัณฑ์มีประวัติศาสตร์ของความร่วมมือกับโรงเรียนและมีบทบาทในชุมชนในปี1905 พิพิธภัณฑ์ทางการศึกษา St. Louis กลายเป็นพิพิธภัณฑ์แบบเปิดของโรงเรียนในสหรัฐอเมริกาซึ่งในปัจจุบัน เรียกว่า ศูนย์สื่อการศึกษา (Media Center) เป็นสถานที่เก็บรวบรวมงานศิลป หุ่นจำลอง แผนภูมิ ของจริง และสื่อวัสดุอื่นๆ ที่ได้รวบรวมมาจากทั่วโลก วัสดุเหล่านี้ถูกนำมาไว้ในโรงเรียน St. Louis ด้วยความคิดพื้นฐานที่ว่าเป็นการนำโลกมาสู่เด็ก ในทุกๆสัปดาห์จะมีการขนส่งสื่อการสอนมาให้โรงเรียน ในช่วงแรกจะส่งมาทางรถม้าต่อมาโดยทางรถบรรทุก แคตตาลอกของสื่อการสอนจะได้รับการจัดไว้ในโปรแกรมการเรียนการสอน และจัดหาให้ครูผู้สอนซึ่งสามารถสั่งจองสื่อต่างๆที่ต้องการได้ ในปีค.ศ. 1943 พิพิธภัณฑ์ St. Louis ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ฝ่ายโสตทัศนศึกษา (Division of Audio-Visual Education)

แม้ว่าก่อนที่จะเริ่มต้นศตวรรษที่ 20 ได้มีความสนใจอย่างกว้างขวางในสิ่งที่เรียกว่า การสอนโดยการใช้ภาพ (Visual instruction) หรือจักษุศึกษา (Visual education) หลักการสำคัญที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ความเคลื่อนไหวนี้คือ รูปภาพ (Picture) ซึ่งมีความใกล้เคียงกับของจริงมากกว่าคำพูด ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนเน้นการให้ข้อมูลทาง ภาษา คำพูด และรูปภาพอาจทำให้การเรียนการสอนเรื่องราวต่าง ๆที่ถ่ายทอดไปสู่ผู้เรียนได้ง่ายขึ้น โดยมี เครื่องฉายสไลด์ สเตอริโอ การฉายสไลด์แบบ "Magic lantern" ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้แสดงภาพ และได้รับความนิยมใช้ประกอบการบรรยายและสามารถพบเห็นในโรงเรียนทั่วไปก่อนเริ่มศตวรรษที่ 20 ในปี คศ.1904 รัฐนิวยอร์ค ได้จัดองค์กรที่เรียกว่า Visual Instruction Department ซึ่งจะรับผิดชอบในการเก็บรวบรวมและแจกจ่ายสไลด์ไปยังโรงเรียนต่างๆ ในปี คศ. 1920 หน่วยงานในลักษณะดังกล่าวได้มีการจัดตั้งขึ้นในมหาวิทยาลัยต่างๆเป็นจำนวนมาก และเป็นที่มาของยุคเริ่มต้นที่ต่อมากลายเป็น "Audiovisual and Media Science Department "

ฟิล์ม (Film) ได้เข้ามาสู่ชั้นเรียนในช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 โทมัส เอดิสัน (Thomas Edison) ได้พัฒนาชุดฟิล์มทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ สำหรับในโรงเรียนฟิล์มภาพยนต์ได้นำมาใช้ในการศึกษา ได้แก่ การแสดงผลงานการสร้างละคร และแคตตาลอกของฟิล์มภาพยนต์ทางการศึกษา ที่ได้มีการตีพิมพ์ในสหรัฐอเมริกาในปี คศ. 1910 และหลังจากนั้นก็ได้นำไปใช้ในระบบการสอนในโรงเรียนของรัฐบาล (Rochester, New York) และได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในฐานะสื่อการศึกษามาตลอดศตวรรษ

เช่นเดียวกันได้มีความพยายามในการนำสื่อทางด้าน เสียง (Audio) เข้ามาเป็นสื่อการเรียนการสอน (Instruction media) ช่วงระหว่าง 1920-1930 ได้มีการนำวิทยุเข้าเข้ามาทดลองใช้ และ ในปีค.ศ.1929 โรงเรียนทางอากาศโอไฮโอ (Ohio School) โดยความร่วมมือกับมลรัฐมหาวิทยาลัยโอไฮโอ และสถานีวิทยุ Cincinnati และได้มีการจัดตั้งโมเดลที่คล้ายคลึงกับความร่วมมือดังกล่าวในสถานที่อื่นๆ เพื่อที่จะสาธิตการใช้วิทยุในฐานะที่เป็นสื่อทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ

ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ฟิล์มภาพยนต์ทางการศึกษาและสื่ออื่นๆกลายเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมที่ใช้ในสงคราม ในช่วงระหว่างสงคราม รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ผลิตฟิล์มสำหรับการฝึกอบรม มากกว่า 800 เรื่อง และฟิล์มสตริป และได้จัดซื้อเครื่องฉายฟิล์มสตริป 10,000 เครื่อง และจ่ายเงิน 100 ล้านดอลล่าร์ สำหรับฟิล์มที่ใช้ในการฝึกอบรม การใช้สื่อเหล่านี้เป็นจำนวนมากส่งผลต่อสาขาวิชาและสนับสนุนให้เกิดแนวคิดที่ว่า สื่อเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการศึกษาและการฝึกอบรม

ในปี 1950 เป็นช่วงยุคการใช้โทรทัศน์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสื่อใหม่ของการศึกษา ได้จัดตั้งสถานีโทรทัศน์ที่มหาวิทยาลัยรัฐไอโอวา (Iowa) ในปี คศ. 1950 และได้มีการจัดตั้งในที่อื่นๆ ในช่วงปี คศ. 1952 Federal Communications Commission ได้จัดตั้งสถานีโทรทัศน์ จำนวน 242 ช่อง และเรียกว่า สถานีโทรทัศน์ทางการศึกษา (Educational Television Station) เป็นผลที่ช่วยทำให้การใช้โทรทัศน์เพื่อการศึกษาขยายตัวและแพร่หลาย ในปัจจุบันโทรทัศน์ทางการศึกษาจะอยู่ในรูปของ National Geographic Special Public Broadcasting System's (PBS) Program Newsmagazines และ Discovery Channel และอื่นๆ ลักษณะที่พบในโรงเรียน ได้แก่ Channel One ซึ่งจะเสนอข่าวต่างๆ แม้ว่าโทรทัศน์เพื่อการเรียนการสอนจะไม่ได้บรรลุตามเป้าหมายในห้องเรียน แต่ก็ยังใช้กันอยู่ในการเรียนการสอน วิดีทัศน์ได้มีการพัฒนาและมีอิทธิพลต่อการเรียนในโรงเรียน อย่างไรก็ตามวิดีทัศน์ในโรงเรียนปัจจุบันอาจรวมถึง VCR หรือ การศึกษาทางไกล

ในช่วงระหว่างปี 1950 และ 1960 สาขาวิชาเกี่ยวกับสื่อการศึกษา ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากการเน้นสื่อทางด้าน เครื่องมือ อุปกรณ์ (Hardware) มาสู่บทบาทของสื่อในการเรียนรู้ การศึกษาอย่างเป็นระบบถูกนำมาใช้ ในการสร้างวิธีการต่างๆที่จะทำให้คุณลักษณะ (Attribute) หรือลักษณะ (Features) ของสื่อต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเรียนรู้ (Learning) ทฤษฎีต่าง ๆ หรือโมเดลการสื่อสาร (Model of communication) ได้มีการการพัฒนาควบคู่ไปกับบทบาทของสื่อ โมเดลเหล่านี้ช่วยทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านโสตทัศนศึกษา (Audio visual specialists) ได้พิจารณาทุกๆ องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสื่อสารเพิ่มขึ้น

ด้วยเหตุผลดังกล่าว การศึกษาทางด้านโสตทัศนศึกษา(Adiovisual Education) จึงขยายแนวความคิด(Concept)ที่กว้างขวางเพิ่มขึ้นกว่าเดิมที่มุ่งเน้นเฉพาะด้านสื่อ(Media)เท่านั้น ประกอบกับการมาประสานร่วมกันกับศาสตร์ทางโสตทัศนศึกษา (Audiovisual Science) ทฤษฎีการสื่อสาร (Communication Theories) ทฤษฎีการเรียนรู้ (Learning Theory) และการออกแบบการสอน (Instructional Design) ได้เริ่มขึ้น และเป็นการเริ่มต้นของเทคโนโลยีทางการสอน (Instructional Technology)

จากผลของการใช้สื่อต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ระหว่างช่วงทศวรรษที่ 1970 และ 1980 สาขาวิชานี้
ได้มีการเปลี่ยนแปลงและเติบโตมากขึ้น ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อกลายเป็นผู้ที่มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในชุมชนโรงเรียน สื่อที่มีรูปแบบใหม่ๆได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น และความเคลื่อนไหวต่าง ๆ นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงศาสตร์ทางด้านโสตทัศนศึกษา การศึกษาทางด้านสื่อซึ่งเริ่มประมาณปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 และดำเนินการต่อเนื่องมา สื่อกลายเป็นสิ่งที่ถูกมองว่าไม่สามารถเป็นส่วนที่แยกตัวออกมาอย่างโดดเดี่ยวได้ แต่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งกว้างขวางกว่าแนวคิดเดิม เช่นเดียวกับการออกแบบการสอนที่พัฒนาไปเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในสาขาวิชา และศาสตร์ทางด้านสื่อได้เติบโตพร้อมทั้งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับการออกแบบการสอน (Instructional design) และการสื่อสาร (Communication)


 

ร้านเอทีคอมอิงค์ รับทำสื่อการสอนCAI คอมพิวเตอร์ช่วยสอน E-learning สำหรับครูอาจารย์ราคาไม่แพงแน่นอน งานไวเสร็จเร็วครับ
  IP : (117.47.137.137)
ชื่อสมาชิก admin Mail to admin เบอร์ msn atcomink@hotmail.com เอทีคอมอิงค์
แสดงความคิดเห็น


   admin
 Posted : 2009-08-08 22:58:05   IP : (117.47.137.137)

  ศิษย์น้อยฝึกวิชา
 

 Sex :
 Post : 244
 สมาชิกลำดับที่ : 1
คอมพิวเตอร์มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับนวัตกรรมการศึกษา(Innovations)ในปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ยุคแรกจะนำอิเลคทรอนิกส์ดิจิตอลมาใช้ในการสร้าง ประวัติศาสตร์ของการพัฒนาคอมพิวเตอร์อาจแบ่งเป็น 4 ช่วง คือ



ในยุคแรกของคอมพิวเตอร์จะใช้เทคโนโลยีหลอดสูญญากาศ
ในยุคต่อมาหลังจากทศวรรษ 1950 และในช่วงเริ่มต้นของ 1960 ในยุคนี้จะใช้ เทคโนโลยีทรานซิสเตอร์ (Transistor) พบว่าคอมพิวเตอร์ในยุคนี้จะมีขนาดเล็กลงและความเร็วเพิ่มขึ้นและราคาลดลงและมีเสถียรภาพเพิ่มขึ้น
ในยุคที่3 จะมีความเร็วเพิ่มขึ้นเพราะนำเทคโนโลยี Solid State มาบูรณาการกับ Circuit เรียกว่า Intergrated-Ciucuit (ICs) และ Ics ซึ่งการบูรณาการเทคโนโลยีดังกล่าวเข้าด้วยกัน เรียกว่า ชิฟ (Chip)
ในยุคที่ 4 เริ่มเข้ามาในทศวรรษ 1970 และใช้ Very Large-scale integration (VLSI) สิ่งทีมีการพัฒนาที่สำคัญที่สุดในยุคนี้คือ ไมโครโปรเซสเตอร์ เป็นชิฟเดี่ยวที่ทำจากซิลิคอน ซึ่งพัฒนาโดยวิศวกรของบริษัท Intel Corporation การพัฒนานี้นำไปสู่ Personal Computer ในปี 1977 ได้มีบริษัทคอมพิวเตอร์ต่างๆที่มีการผลิตได้แก่บริษัท Apple Commodore และ Tandy/Radio Shack นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการพัฒนาเกี่ยวกับอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์
จนกระทั่ง 1981 บริษัท IBM ได้เสนอรูปแบบใหม่ของ Personal computer และในปี 1984บริษัทAppleได้ออกแบบ Personal Computer ใหม่ที่เรียกว่า Macintosh ซึ่งมีลักษณะการ Interface ที่ใช้กราฟิกและใช้เมาส์เป็นเครื่องมือชี้ พร้อมด้วย Microsoft windows วิธีการนี้ช่วยทำให้ Personal Computer ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น และนอกจากนี้ยังมี Laser Printer และ Modem ตลอดจนอุปกรณ์อื่นๆที่ช่วยส่งเสริมสมรรถนะของ Personal Computer และในปี ค.ศ. 1990 อินเตอร์เน็ตได้เข้ามาอย่างเงียบๆในฐานะที่เป็นเครื่องมือสำหรับนักวิจัยอยู่หลายปี และต่อมาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นพร้อมกับการเติบโตของ Wold Wide Web แต่เดิม Personal Computer ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นเครื่องที่แยกเป็นเครื่องเดี่ยว(Stand alone) กลายเป็นเครื่องมือที่สามารถเชื่อมโยงติดต่อกับเครื่องอื่นๆและเครือข่ายของPersonal Computer ก็ปรากฏในรูปแบบที่โดดเด่นของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

ในขณะนั้นเอง การนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการศึกษายังไม่มากนักและและได้เริ่มมีการนำเข้ามาใช้นับตั้งแต่ช่วงต้นของ 1960 ก่อนการมาของ Personal Computer ที่มหาวิทยาลัย Stanford โดย Patrick Suppes และผู้ร่วมงานได้จัดตั้งโครงการคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer-Assisted Instruction) โดยร่วมมือกับผู้เรียนในระดับประถมศึกษา และร่วมงานกับ Stanford พัฒนาคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบฝึกปฏิบัติ (Drill and practice) และแบบการสอน (Tutorial) โดยเริ่มต้นศึกษาในวิชาคณิตศาสตร์และวิชาในหลักสูตร โดยใช้คอมพิวเตอร์แบบเมนเฟรม (Mainframe) ได้ทำการวิจัยและพัฒนาโปรแกรมอย่างรอบคอบ ซึ่งกลายมาเป็นโมเดลสำหรับการพัฒนาซอร์ฟแวร์สำหรับการเรียนการสอนในช่วงต่อมา

และในช่วงต้นทศวรรษ 1960 โครงการ PLATO ได้เริ่มขึ้นที่มหาวิทยาลัยอิลินอย (IIlinois) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในด้าน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน PLATO (Programmed Logic for Automatic Teaching Operation) ซึ่งเป็นผลที่ทำให้เกิดการพัฒนาโปรแกรมซอร์ฟแวร์ที่มีคุณภาพในสาขาวิชาต่างๆเป็นจำนวนมาก PLATO มีบทบาทในการจัดการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยอิลินอยและได้มีการนำระบบนี้ไปใช้ที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ บทเรียนที่เป็นต้นแบบในการพัฒนาสามารถปรับมาใช้กับ Personal Computerได้ และโปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้ในการพัฒนาบทเรียน เรียกว่า TUTOR ซึ่งยังคงมีการใช้สำหรับระบบการฝึกอบรม



ผลกระทบที่มีเกี่ยวกับโครงการคอมพิวเตอร์ เช่น PLATO ยังมีข้อจำกัดเพราะการผลิตช่วงเริ่มแรกยังคงต้องอาศัยคอมพิวเตอร์แบบเมนเฟรม (Main frame) หรือมินิคอมพิวเตอร์ (Mini Computer) ซึ่งยังไม่สามารถที่จะใช้กันได้อย่างกว้างขวาง การปรากฎตัวของ Personal Computer ในปี คศ.1970 เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง โดยแท้จริงแล้วการพัฒนาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เพื่อการสอน ไม่ได้เป็นผลที่พัฒนามาจากการใช้ที่เปลี่ยนจากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบใหญ่ เช่น Main frame มาสู่ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ตัวอย่างเช่น Seymour Papert และผู้ร่วมงานที่ MIT เริ่มต้นงานโดยใช้ภาษา Logo ในทศวรรษ 1970 โดยใช้คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ และภาษา Logo ก็สามารถปรับมาใช้กับ Personal Computer ได้ และเป็นส่วนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จของการใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอน จากนั้น Minnesota Educational Computing Consortium (MECC) หนึ่งในจำนวนมลรัฐใหญ่ที่
เกี่ยวข้องกับการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาได้เริ่มใช้คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่และปรับเปลี่ยนมาใช้กับ Personal Computer อย่างไรก็ตามจัดได้ว่าเป็นเครื่องมือส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอนแพร่หลาย

ในช่วงทศวรรษที่ 1980 ได้มีการใช้ Personal Computer ในโรงเรียน และได้ขยายตัวในด้านการใช้อย่างมาก จากข้อมูลของ Office of Technology Assessment พบว่ามีการขยายตัวจาก 18 % เป็น 95 % ในระยะเริ่มแรกที่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลถูกนำเข้ามาสู่โรงเรียน ขณะนั้นเครื่องมือที่ใช้ในการผลิตและซอร์ฟแวร์ยังมีจำกัด จึงเป็นผลให้การใช้คอมพิวเตอร์ในช่วงนี้จะเน้นเกี่ยวกับโปรแกรมและการเรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และแนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ (Computer Literacy) ได้ถูกผลักดันเข้ามา และโปรแกรมการเรียนคอมพิวเตอร์ถูกบูรณาการเข้าไปในหลักสูตรมุ่งเน้นเกี่ยวกับการพัฒนาความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ ทักษะการเขียนโปรแกรมและได้มีการทำนายจากนักการศึกษาว่า สาขาวิชาคอมพิวเตอร์และการเขียนโปรแกรมจะได้รับการจัดให้เรียนควบคู่ไปเช่นเดียวกับด้านการอ่าน การเขียน หรือการเรียนเลขคณิตในโรงเรียน


จากการที่มีการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลกันอย่างกว้างขวางและสมรรถนะของคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น การเพิ่มปริมาณของซอร์ฟแวร์และสามารถจัดหาได้ง่าย โปรแกรม CAI ในรายวิชาต่างๆปรากฏมากมาย และซอร์แวร์ ที่มีคุณภาพเป็นประเด็นที่มีความสำคัญเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ผลิตผลที่นำมาใช้ เช่น เวิร์ดโปรเซสเซอร์ อิเล็กโทรนิกส์สเปรดชีทและการจัดการของ Data Base ได้รับการพัฒนาและนำมาใช้และได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นในการใช้อย่างมีประสิทธิภาพและในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ผู้เชี่ยวชาญทางด้านคอมพิวเตอร์การเรียนการสอนได้ล้มเลิกแนวความคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ และแยกมาจัดตั้งเป็นสาขาทางการศึกษาใหม่โดยนำแนวคิดการบูรณาการลงในหลักสูตร รวมถึงการใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในบริบทของเนื้อหาวิชา

ดังนั้นความสนใจจึงมุ่งไปที่การใช้คอมพิวเตอร์ที่มีการบูรณาการ การใช้คอมพิวเตอร์เข้าไปสู่เนื้อหาในสาขาวิชาเฉพาะ ดังนั้นการใช้ Word Processing ในการสอนการเขียน หรือการใช้ภาษา Logo เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษา เป็นต้น

จากเทคนิคดังกล่าวช่วงหลังของทศวรรษที่ 1970-1990 คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลได้เปลี่ยนแปลงจากความแปลกใหม่ที่สามารถใช้กับโปรแกรมง่ายๆมาสู่ความสามารถที่ใช้ได้อย่างกว้างขวาง อเนกประสงค์มีประสิทธิภาพและเป็นเครื่องมือทางการศึกษา และคอมพิวเตอร์เพื่อการสอนเป็นสาขาวิชาที่เปลี่ยนแปลงมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากการเน้นการใช้คอมพิวเตอร์ในแนวที่ยังแคบ ได้แก่ คอมพิวเตอร์และโปรแกรมมาสู่แนวคิดที่กว้างขวาง คือ เป็นเครื่องมือที่บูรณาการเข้าไปกับกระบวนการสอน เช่นเดียวกับ การออกแบบการสอน (Instructional Design) ศาสตร์ทางด้านสื่อ (Media Science) และคอมพิวเตอร์การเรียนการสอน (Instructional Computing) ก็ได้รับการยอมรับในฐานะที่เป็นสาขาวิชาของตน


 

ร้านเอทีคอมอิงค์ รับทำสื่อการสอนCAI คอมพิวเตอร์ช่วยสอน E-learning สำหรับครูอาจารย์ราคาไม่แพงแน่นอน งานไวเสร็จเร็วครับ
 Comment : 1
ชื่อสมาชิก admin Mail to admin เบอร์ msn atcomink@hotmail.com เอทีคอมอิงค์
กลับขึ้นด้านบน

 สร้างระบบแจ้งยอดชำระเงินออนไลน์ atcomink (0)
 ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งครับ atcomink (0)
 สื่อการสอนออนไลน์ วิชา วิทยาศาสตร์ ม.2 atcomink (0)
 ปรับเว็บบอร์ดใหม่ทั้งหมดเลย atcomink (0)
 เว็บแบบทดสอบออนไลน์ ทำแบบทดสอบเสร็จ ประมวลผลทันที atcomink (0)
 
 1 

 แสดงความเห็นต่อคำถามนี้

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น

  ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ชื่อ/Username
รหัสผ่าน
( เฉพาะสมาชิก )
อีเมลล์
( ถ้าเป็นสมาชิกไม่ต้องใส่ )
รูปแบบพิเศษ   ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
Emotions  
แทรกภาพ  
ขนาดภาพ ห้ามเกิน 50 kb  และ ไฟล์ Flash ขนาดห้ามเกิน 500 kb
แสดงความเห็น
พิมพ์ "หนึ่งหนึ่งสอง"
เป็นเลขอารบิก
 
   
[ สมัครสมาชิก | ปิดหน้าต่างนี้ ]


        ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ atcomink@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

PlayCondom.com จำหน่ายถุงยางอนามัย เจลหล่อลื่น กระป๋อง Tenga ชะลอการหลั่ง

ครูวิทย์,วิทยาศาสตร์,สื่อการสอน